SAii ชวนนักเดินทางสัมผัส วันหยุดสีเขียว กับการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน ปี 2567
ข่าว ทั่วไทย

SAii ชวนนักเดินทางสัมผัส วันหยุดสีเขียว กับการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน ปี 2567

“ทราย รีสอร์ท” (SAii Resorts) แบรนด์รีสอร์ทแนวคิดไลฟ์สไตล์อิสระในเครือ เอส โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท (S Hotels and Resorts) ผู้นำด้านการบริหารงานโรงแรมและรีสอร์ทชั้นนำของไทย ชวนเหล่า “InSAiiders” (อินทรายเดอร์) นักเดินทางผู้รักการผจญภัย มาร่วมสัมผัสประสบการณ์วันหยุดสุดพิเศษที่เน้นการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ทั้งการเรียนรู้สิ่งมีชีวิตใต้ท้องทะเล การอนุรักษ์ ไปจนถึงกิจกรรมการท่องเที่ยวอย่างรับผิดชอบ ณ รีสอร์ทสุดยั่งยืน 4 แห่งในภาคใต้ของประเทศไทยและมัลดีฟส์ ตลอดปี 2567 นี้

หลังออกสตาร์ทโปรเจกต์การพลิกโฉมใหญ่รีสอร์ทเมื่อปลายปีที่ผ่านมา ซึ่งนอกจากการรีโนเวทห้องพักและสิ่งอำนวยความสะดวกให้ดียิ่งขึ้นแล้ว “SAii” ยังได้สร้างสรรค์ประสบการณ์การพักผ่อนให้ตอบโจทย์นักเดินทางยุคใหม่กว่าที่เคย ด้วยแนวคิด “วันหยุดสีเขียว” ผ่านกิจกรรมการท่องเที่ยวที่เหนือระดับ บรรยากาศอันดื่มด่ำ ได้รับแรงบันดาลใจจากชุมชน และมอบความยั่งยืนและผลกระทบเชิงบวกต่อโลก โดยผู้เข้าพักของ SAii ที่เรียกว่า “InSAiiders” จะได้มีโอกาสเรียนรู้เกี่ยวกับระบบนิเวศในท้องถิ่นและมีส่วนร่วมในโครงการอนุรักษ์ที่นำโดยผู้เชี่ยวชาญ ณ ศูนย์การเรียนรู้ทางทะเล (Marine Discovery Centre) ซึ่งเป็นศูนย์กลางด้านสิ่งแวดล้อมภายใน “ทราย พีพี ไอส์แลนด์ วิลเลจ” (SAii Phi Phi Island Village) และ “ทราย ลากูน มัลดีฟส์” (SAii Lagoon Maldives) ที่ถือกำเนิดขึ้นภายใต้ความมุ่งมั่นของ แบรนด์ SAii เอส โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท และ สิงห์ เอสเตท ที่กำลังก้าวเดินตามเป้าหมายระยะยาวไปสู่การเพิ่มความหลากหลายทางชีวภาพที่สำคัญทั้งบนบกและในทะเล ให้ได้ 30% ภายในปี 2030

SAii Phi Phi Island Village ได้ร่วมมือกับมูลนิธิ Green World Foundation เพื่อรักษ์พืชและสัตว์ต่าง ๆ โดยระหว่างการสำรวจป่าโกงกางใกล้รีสอร์ท พวกเขาได้ค้นพบว่า มีสิ่งมีชีวิตทั้งหมด 292 ชนิดอาศัยอยู่บริเวณนั้น รวมถึงปลาอมไข่(Orbiculate cardinalfish) ซึ่งเป็นสายพันธุ์ที่ไม่เคยพบเห็นมาก่อนในบริเวณทะเลอันดามันของไทย การค้นพบอันน่าทึ่งนี้ชี้ให้เห็นว่า ป่าชายเลนแห่งนี้เป็นระบบนิเวศที่อุดมสมบูรณ์อย่างมาก นอกจากนี้ นับตั้งแต่ปี 2022 พื้นที่หญ้าทะเลบริเวณรีสอร์ทยังขยายตัวเพิ่มขึ้นถึง 158 ตารางเมตร อีกทั้งยังมีการลงนามบันทึกความเข้าใจ (MoU) กับชุมชนท้องถิ่นบนเกาะพีพี เพื่ออนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพของพื้นที่ธรรมชาติกว่า 192,000 ตารางเมตร รวมถึงร่วมมือกับศูนย์วิจัยทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งทะเลอันดามันตอนบน (Phuket Marine Biological Centre) ในการปล่อยฉลามกบลงสู่ทะเลอันดามัน ภายใต้โครงการ SOS (Save Our Sharks) โดยนับตั้งแต่โครงการเริ่มต้นในปี 2021 ได้มีการปล่อยฉลามไปแล้ว 30 ตัว และมีไข่ฉลามฟักเป็นตัวในบ่ออนุบาลที่สร้างขึ้นโดยเฉพาะถึง 29 ฟอง

ด้าน CROSSROADS Maldives (ครอสโร้ดส์ มัลดีฟส์) จุดหมายปลายทางไลฟ์สไตล์แห่งแรกและแห่งเดียวในมหาสมุทรอินเดีย ซึ่งเป็นที่ตั้งของ SAii Lagoon Maldives ทีมนักชีววิทยาประจำศูนย์การเรียนรู้ทางทะเลได้ประสบความสำเร็จในการขยายแนวปะการังท้องถิ่นเพิ่มขึ้นถึง 6 เท่า ส่งผลให้พบเห็นสัตว์ทะเลหายาก เช่น ฉลามหัวค้อนลายครีบหยัก (Scalloped hammerhead shark) ปลาฉลามหัวเลื่อย (Bottlenose wedgefish) และเต่ากระ (Hawksbill sea turtle) ซึ่งจัดอยู่ในกลุ่ม “สัตว์ใกล้สูญพันธ์อย่างยิ่ง” (Critically Endangered) จากบัญชีแดงของ IUCN นอกจากนี้ ยังมีการลงนามบันทึกความเข้าใจ (MoU) กับรัฐบาลมัลดีฟส์ เพื่อสนับสนุนพื้นที่อนุรักษ์ของ CROSSROADS Maldives ให้อยู่ภายใต้โครงการ Other Effective Area-Based Conservation Measures (OECMs) พื้นที่ดังกล่าวครอบคลุม 3.1 ล้านตารางเมตร คิดเป็น 31% ของขนาดโครงการทั้งหมด ถือเป็นพื้นที่คุ้มครองทางทะเลที่ใหญ่ที่สุดในมหาสมุทรอินเดีย

ภายใต้แนวคิดใหม่ “SAii Live Well” รีสอร์ทภายใต้แบรนด์ SAii ยังจะนำเสนอโปรแกรมส่งเสริมสุขภาวะหลากหลายรูปแบบภายในรีสอร์ททั้ง 4 แห่ง ไม่ว่าจะเป็น Eat Well, Sleep Well, Fit Well, Stay Well Spa และ Explore Well โดยรีสอร์ทแต่ละแห่งยังมุ่งมั่นลดขยะอาหารด้วยเมนูใหม่ที่ใช้วัตถุดิบจากท้องถิ่นและปลูกเอง รวมถึงวัตถุดิบจากสวนอินทรีย์ ในขณะที่ผู้เข้าพักยังสามารถเข้าร่วมคลาสเรียนทำอาหารท้องถิ่นเพื่อสัมผัสวัฒนธรรมท้องถิ่นอย่างแท้จริงอีกด้วย

ทั้งนี้ แบรนด์ SAii เอส โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท และ สิงห์ เอสเตท ต่างตั้งเป้าหมายที่จะให้การดำเนินงานโดยเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutral) ภายในปี 2030 และเพื่อบรรลุเป้าหมายอันยิ่งใหญ่นี้ SAii จะทยอยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ลง 5% ทุกปี ตั้งแต่ปี 2024 เป็นต้นไป ผ่านโครงการริเริ่มมากมาย อาทิ การติดตามคาร์บอน การลดขยะ และพลังงานสีเขียว โดยคาดว่าการติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ในไทยและมัลดีฟส์จะช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ลงถึง 20%

กุญแจสำคัญในกลยุทธ์ความยั่งยืนของ เอส โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท คือการให้ผู้เชี่ยวชาญอิสระติดตาม ประเมิน และตรวจสอบการดำเนินงาน โดยในปีที่แล้ว SHR ได้ตอกย้ำความสำเร็จของความมุ่งมั่นอีกครั้ง ผ่านการรับรอง Green Globe™ Certification ซึ่งถือเป็นเครื่องหมายรับรองมาตรฐานสูงสุดด้านสิ่งแวดล้อมในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ณ SAii Laguna Phuket SAii Phi Phi Island Village และ CROSSROADS Maldives

นายไมเคิล มาร์แชลล์ (Mr. Michael Marshall) ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ S Hotels & Resorts กล่าวว่า “ที่ SAii เราเข้าใจดีว่า สิ่งสำคัญที่สุดของการดำเนินกิจการคือการดูแลสิ่งแวดล้อมและชุมชนที่เราอยู่ในทุกมิติ เราจึงทุ่มเทอย่างเต็มที่เพื่อรักษาสมดุลของธรรมชาติ ด้วยการนำโปรแกรมจัดการพลังงาน น้ำ ขยะ และยกเลิกการใช้พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้งในทุกธุรกิจของเรา นอกจากนี้ เรายังมี ศูนย์การเรียนรู้ทางทะเล (Marine Discovery Centre) ในประเทศไทยและมัลดีฟส์ ซึ่งคาดว่าจะดึงดูดนักท่องเที่ยวกว่า 50,000 คนในปี 2024 ให้มาสัมผัสประสบการณ์การท่องเที่ยวที่ต่างไปจากเดิม และช่วยให้เหล่า InSAiiders ได้บรรลุเป้าหมายด้านการเดินทางที่ยั่งยืนและเน้นประสบการณ์วันหยุดสีเขียวอย่างแท้จริง”

SAii ดำเนินการตามแนวทางของเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) ขององค์การสหประชาชาติ (UN) ถึง 9 ข้อ ซึ่งรวมถึง SDG2 – ขจัดภาวะความหิวโหย (Zero Hunger), SDG7 – พลังงานที่ยั่งยืนและสามารถจ่ายได้ (Affordable & Clean Energy), SDG11 – เมืองและชุมชนที่ยั่งยืน (Sustainable Cities & Communities), SDG12 – การบริโภคและการผลิตที่รับผิดชอบ (Responsible Consumption & Production) และ SDG14 – การอนุรักษ์ชีวิตใต้ทะเล (Life Below Water)

ร่วมแสดงความคิดเห็น

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.