เพลงฉ่อย เป็นเพลงพื้นบ้าน ภูมิปัญญาของไทย
สาระน่ารู้

เพลงฉ่อย เป็นเพลงพื้นบ้าน ภูมิปัญญาของไทย

เพลงฉ่อย เป็นเพลงพื้นบ้านชนิดหนึ่งของภาคกลาง เป็นภูมิปัญญาที่ได้รับการขึ้นทะเบียน มรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของชาติ ประจำปีพุทธศักราช 2557 สาขาศิลปะการแสดง รายการที่ 2

เพลงฉ่อย เป็นเพลงพื้นเมืองที่มีการแสดงท่าทาง และการร้องคล้ายกับลำตัด โดยมีผู้แสดงประกอบด้วย ฝ่ายชายและฝ่ายหญิง ฝ่ายละประมาณสองถึงสามคน ในขณะที่พ่อเพลงแม่เพลงร้องโต้ตอบกันผู้เล่นคนอื่นๆ จะทำหน้าที่เป็นลูกคู่ เนื้อหาที่ร้องส่วนใหญ่มีทั้งเรื่อง ทางโลก ทางธรรม ชิงชู้ และมักจะมีถ้อยคำ ที่มีความหมายสองแง่สองง่าม การแสดงเพลงฉ่อยจะไม่มีเครื่องดนตรีประกอบจังหวะ แต่จะใช้การตบมือเป็นจังหวะแทน และสิ่งที่เป็นเอกลักษณ์ของเพลงฉ่อยคือ ลูกคู่จะร้องรับด้วยคำว่า “เอ่ ชา เอ้ชา ชา ชาชาชา หน่อยแม่”

เพลงฉ่อย นิยมเล่นในทุกจังหวัดของภาคกลาง และ แพร่หลายไปยังภาคอื่นๆ ทั้งภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก ภาคตะวันตก และภาคใต้ แต่ในภาคอื่นๆ นิยมร้องเล่นเป็นบางจังหวัด มิได้แพร่กระจายโดยทั่วไปทุกจังหวัด ชาวบ้านนิยมร้องเล่นกันมานานแล้วไม่ปรากฏหลักฐานแน่ชัดว่าเกิดขึ้นเมื่อใด

เอกลักษณ์ของเพลงฉ่อย
– การขึ้นเพลงทั่วไป จะขึ้นว่าฉัดช่าฉัดชา ฉัดช่าฉัดฉ่า เอิงเอิงเออฉะเอิงเอ้ย ในการแสดงสดสามน้า ในการทอร์คโชว์อาจารย์จตุพล ชมพูนิช น้าพวง ขึ้นว่า เอ้อ เอิงเออ เอิงเออ เออเอ้อเออเหอ เอ้อเออ เอิงเงย ฉัดช่าฉัดชา ฉัดช่าฉัดฉ่า เอิงเอิงเออฉะเอิงเอ้ย
– ทางจังหวัดอุทัยธานี – จังหวัดนครสวรรค์ รับเพลงว่า เอ่ชา เอชา เอ๊ชา ฉ่าชาเอย
– ส่วนทาง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา – จังหวัดอ่างทอง – จังหวัดสุพรรณบุรี รับเพลงว่า เอ่ชา ชา ชาฉ่าชาเอย
– ส่วนทางใต้ กรุงเทพมหานคร – จังหวัดราชบุรี รับเพลงว่า เอ่ชา เอชา ชาชาฉ่าชา หนอยแม่

เนื่องจากมีการร้องเล่นเพลงฉ่อยในหลายจังหวัด ชื่อของเพลงฉ่อยก็มีปรากฏหลายชื่อ เช่น “เพลงไอ้เป๋” หรือ “เพลงเป๋” เพลงไอ้เป๋หรือเพลงเป๋นี้เรียกตามชื่อคนร้องแต่ดั้งเดิมที่รู้จักกัน นายเป๋มีชื่อเสียงมากในการร้องเพลงฉ่อย บทร้องที่นายเป๋ร้องมีกลอนที่กินใจสนุกสนาน เช่น

“ …ว่าทาไมร่มเงา ไม่กางกั้น
พี่เดินลอดตาวันน้องเอ๋ยมาได้
ก็บังเอิญแดดหน่ายเสียละมันไม่ออก
กูเลยหุบร่มจมปลอกเฉยไว้…”
(เอชา เอ๊ช้า ชา ฉ่า ชา หนอย แม่)

นอกจากชื่อเพลงไอ้เป๋หรือเพลงเป๋แล้ว ยังมีชื่อว่า “เพลงทอดมัน” ชาวบ้านแถบจังหวัดราชบุรีให้ชื่อว่าเพลงทอดมัน เพราะเวลาร้อง ลูกคู่รับว่า “เอชา เอ๊ช้า ชา ฉ่า ชา หนอย แม่” มีเสียง “ฉ่า” เหมือนเสียงที่หยิบทอดมันดิบลงทอดในกะทะ

ในสมัยหนึ่งแม่เพลงรุ่นเก่าเรียกเพลงฉ่อยว่า “เพลงวง” เพราะเล่นกันบนลานดิน ยืนกันเป็นวง คนดู ก็นั่งดูรอบๆวง บนลานดินนั้นรูปแบบการเล่น เมื่อพ่อเพลงแม่เพลง และลูกคู่ทั้งสองฝ่ายแต่งตัวเรียบร้อยแล้ว ก็จะออกมาที่เวทีที่จัดให้มีการแสดงเช่น ลานวัด หรือในสถานที่อื่นๆ อาจมีการจัดเวทีให้ตามความเหมาะสม

รูปแบบการร้อง มีการไหว้ครูโดยฝ่ายชายจะไหว้ครูก่อน แล้วฝ่ายหญิงก็จะร้องไหว้ครูบ้าง ไหว้ครูเสร็จ ฝ่ายชายก็จะร้องเกริ่นเป็นการชักชวนให้ฝ่ายหญิงได้ร้องเพลงโต้ตอบกัน หลังจากนั้นก็ว่าเพลงประ ฝ่ายชายขึ้นว่าก่อนเช่นเดิม เป็นการโต้ตอบกัน แล้วฝ่ายหญิงก็ว่าตอบ เรียกว่าร้องโต้ตอบคารมกัน

เพลงฉ่อยมีคุณค่าทางจิตใจผู้ที่ได้ร้อง และผู้ฟังมีความสนุกสนาน ได้ฟังคารมคมคายของผู้ร้องที่มีความหมายให้ได้ทั้งความรู้และความสนุก โดยต้องคิดตามทำให้เกิดปัญญา

ปัจจุบัน นักแสดงเพลงฉ่อยที่มีชื่อเสียงก็ได้แก่ ขวัญจิต ศรีประจันต์ และ สามน้า (โย่ง เชิญยิ้ม, นง เชิญยิ้ม, พวง เชิญยิ้ม) ซึ่งในงานวันเด็ก ประจำปี 2562 ลากูน่าภูเก็ตได้เชิญ สามน้า มาให้ความบันเทิงกับเด็กๆ และ ผู้เข้าชมงานวันเด็กในวันนั้นอีกด้วย

Facebook Comments

Post Comment

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.