เสริมสุขภาพ โดยเทคนิคเต้าเต๋อซิ่นซี เพื่อคนดีมีสุขชั่วชีวา
ข่าว ภูเก็ต

เสริมสุขภาพ โดยเทคนิคเต้าเต๋อซิ่นซี เพื่อคนดีมีสุขชั่วชีวา

เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2560 เวลา 09.00 น. นายธีระ เจี่ยสกุล ประธานสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต เป็นประธานเปิดกิจกรรมฝึกอบรมสร้างเสริมสุขภาพโดยเทคนิคเต้าเต๋อซิ่นซี ตาม “โครงการฝึกอบรมเทคนิคสร้างพลังชีวิตเพื่อสุขภาพ โดยเทคนิคเต้าเต๋อซิ่นซี” ประจำปี 2560 หัวข้อ “การสร้างเสริมสุขภาพโดยเทคนิคเต้าเต๋อซิ่นซี เพื่อคนดีมีสุขชั่วชีวา” โดยมี นางสาวกุลลดา เปรมจิตร์ พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ รักษาการในตำแหน่งหัวหน้าฝ่ายส่งเสริมสุขภาพและควบคุมโรค กองสาธารณสุข อบจ. กล่าวรายงานถึงความเป็นมาของโครงการ ณ ห้องประชุม อาคารตะเภาใหญ่ เทศบาลตำบลวิชิต อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต

องค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต ได้ตระหนักในปัญหาสุขภาพอนามัยของประชาชน จึงได้กำหนดยุทธศาสตร์การพัฒนาคุณภาพชีวิต ซึ่งถือเป็นยุทธศาสตร์หลักในการพัฒนาตามนโยบายของคณะผู้บริหาร อบจ.ภูเก็ต ที่มีเจตนารมณ์ให้ประชาชนชาวจังหวัดภูเก็ต มีสุขภาพอนามัยที่ดี ตลอดจนได้รับความรู้ความเข้าใจในการปฏิบัติการออกกำลังกายที่ถูกสุขลักษณะ เหมาะสมกับวัย ซึ่งเทคนิคเต้าเต๋อซิ่นซี นับว่าเป็นศาสตร์อีกแขนงหนึ่งที่ได้รับการพัฒนามาจากวงการแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจากประเทศจีน ใช้ประกอบท่าออกกำลังกาย โดยยึดหลักสมาธิในการเคลื่อนไหวร่างกายที่มีความโดดเด่นเฉพาะด้าน และมีข้อเด่น คือ เรียบง่าย กะทัดรัด สามารถปฏิบัติได้ด้วยตนเอง ซึ่งประโยชน์ที่ผู้ปฏิบัติจะได้รับคือ เพิ่มภูมิต้านทานให้ร่างกายแข็งแรง เลือดลมไหลเวียนดี และสามารถพัฒนาการทำงานของสมองให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ จนได้รับการยอมรับอย่างแพร่หลายมาจนถึงปัจจุบัน

ในการนี้ กองสาธารณสุข อบจ.ภูเก็ต ได้จัดฝึกอบรมโครงการดังกล่าวให้กับประชาชนและผู้สนใจทั่วไป เข้ารับการฝึกอบรม จำนวนทั้งสิ้น 300 คน ในระหว่างวันที่ 21-22 สิงหาคม 2560 ซึ่งการฝึกอบรมครั้งนี้ ประกอบด้วยสาระสำคัญ ได้แก่ การบรรยายเรื่อง การสร้างเสริมสุขภาพโดยเทคนิคเต้าเต๋อซิ่นซี เพื่อคนดีมีสุขชั่วชีวา, ประสบการณ์การสร้างเสริมสุขภาพโดยใช้เทคนิคการบริหารเต้าซิ่น, การสร้างเสริมสุขภาพโดยใช้เทคนิคเต้าเต๋อซิ่นซี 8 สาขา, การสร้างเสริมสุขภาพโดยใช้พลังจากคัมภีร์เต้าเต๋อจิง เพื่อพัฒนาศักยภาพในกายตน, พลังถ้อยคำภาษาและการใช้สื่อพัฒนา โดยใช้เทคนิคเต้าเต๋อซิ่นซีกับเป้าหมายแห่งความสำเร็จ เพื่อคนดีมีสุขชั่วชีวา โดยมีกิจกรรมฝึกปฏิบัติ การบริหารเต้าซิ่น รำมวยเต้าซิ่น และการนั่งสมาธิเพื่อการสร้างเสริมสุขภาพ เป็นต้น โดยได้รับเกียรติจากคณะวิทยากรที่มีความเชี่ยวชาญด้านการสร้างเสริมสุขภาพด้วยเทคนิคเต้าเต๋อซิ่นซีโดยเฉพาะ

การดำเนินการครั้งนี้ ใช้จ่ายจากงบประมาณของกองสาธารณสุข อบจ.ภูเก็ต โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ผู้เข้ารับการฝึกอบรมมีความรู้ความเข้าใจในการฝึกปฏิบัติการออกกำลังกาย และการสร้างเสริมสุขภาพโดยเทคนิคเต้าเต๋อซิ่นซี ฟื้นฟูสุขภาพร่างกายและจิตใจให้แก่ผู้ฝึกปฏิบัติให้มีความแข็งแรงสมบูรณ์ และสามารถนำไปถ่ายทอดให้แก่สมาชิกในครอบครัวและชุมชนได้

นายธีระ เจี่ยสกุล ประธานสภา อบจ.ภูเก็ต กล่าวว่า “อบจ.ภูเก็ต ได้ดำเนินงานโครงการฝึกอบรมเทคนิคสร้างพลังชีวิตเพื่อสุขภาพ โดยเทคนิคเต้าเต๋อซิ่นซี ตั้งแต่ปี 2542 จนถึงปัจจุบัน ทั้งนี้ เพื่อให้ประชาชนในจังหวัดภูเก็ตได้รับความรู้ความเข้าใจในการเสริมสร้างสุขภาพ โดยนำแนวทางปฏิบัติตนตามเทคนิคเต้าเต๋อซิ่นซี

ปัจจุบันประเทศไทยมีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคมและวัฒนธรรม ความเจริญก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ทำให้วิถีชีวิตของคนในปัจจุบันมีความเปลี่ยนแปลงไป การดิ้นรนทำมาหากิน ทำให้คนส่วนใหญ่ขาดการออกกำลังกาย และก่อให้เกิดปัญหาทางด้านสุขภาพ ในแต่ละปีประเทศไทยต้องเสียค่าใช้จ่ายเป็นจำนวนมาก เพื่อสนับสนุนในด้านสาธารณสุข สำหรับจังหวัดภูเก็ตพบว่า โรคหัวใจ หลอดเลือดสมอง เบาหวาน ความดันโลหิตสูง มีแนวโน้มสูงขึ้นทุกปี ซึ่งโรคเหล่านี้ทำให้ผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตที่ต่ำลง เนื่องจากเป็นโรคที่เสียค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษาสูงมาก เมื่อเทียบกับโรคอื่นๆ ดังนั้น จึงเป็นปัญหาที่สำคัญทางด้านสาธารณสุขของจังหวัดภูเก็ตในขณะนี้ การลดอัตราการเจ็บป่วยและการเกิดโรคที่ป้องกันได้ จะนำไปสู่การเพิ่มประสิทธิภาพทางด้านแรงงาน และลดค่าใช้จ่ายทางด้านสุขภาพ โดยการส่งเสริมประชาชนให้หันมาออกกำลังกายให้มากขึ้นอย่างถูกวิธี เหมาะสมกับเพศ วัย สภาพร่างกาย และประหยัดเวลา ซึ่งเป็นไปตามยุทธศาสตร์ด้านสาธารณสุขแผนใหม่ ที่เน้นการป้องกันไม่ให้เกิดโรคมากกว่าการรักษา โดยมุ่งให้ประชาชนมีสุขภาพแข็งแรงทั้งกายและใจ มีความสัมพันธ์กับสังคม อยู่ในสภาพแวดล้อมที่เน้นการรักษาสุขภาพอย่างครบวงจร และมุ่งการฟื้นฟูสภาพร่างกายได้อย่างปกติ

อย่างไรก็ตาม หวังเป็นอย่างยิ่งว่า การฝึกอบรมในครั้งนี้จะเป็นประโยชน์ต่อทุกท่านในการนำความรู้ ความเข้าใจและทักษะต่างๆ ที่ได้รับจากการฝึกอบรมไปใช้ประโยชน์ในการทำงาน ตลอดจนรักษาสุขภาพอนามัยของตนเอง และสมาชิกในครอบครัวให้มีความแข็งแรงสมบูรณ์ทั้งด้านร่างกายและจิตใจ”

Post Comment

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.